Skip to content

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC) บทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเชียงรายสู่ตลาดสากล

ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC) พัฒนาขึ้นจากกระบวนการกำหนดนโยบายบนฐานงานวิจัยเชิงพื้นที่ ซึ่งมีจุดตั้งต้นจากการบูรณาการองค์ความรู้ของนักวิชาการจากหลากหลายสถาบันการศึกษาในภาคเหนือ งานวิจัยดังกล่าวมุ่งวิเคราะห์ศักยภาพเชิงพื้นที่ ทุนทรัพยากร และทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้บริบทเศรษฐกิจ BCG และการเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์กับอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายซึ่งได้รับการศึกษาเชิงลึกในประเด็นพื้นที่ชายแดน การค้าข้ามพรมแดน และบทบาททางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคจากทีมวิจัยสาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ภายใต้การนำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะหัวหน้าแผนโครงการวิจัย การบูรณาการผลการศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ ภายใต้การนำของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะหัวหน้าแผนโครงการวิจัย ทำให้กรอบแนวคิด NEC ถูกยกระดับจากข้อเสนอเชิงวิชาการไปสู่กลไกเชิงนโยบายที่สะท้อนศักยภาพเฉพาะของพื้นที่อย่างเป็นระบบ จังหวัดเชียงรายจึงไม่ได้ถูกกำหนดบทบาทในฐานะพื้นที่ชายแดนเชิงรับ หากแต่ถูกวางตำแหน่งเป็น “ประตูเศรษฐกิจ” ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศกับประเทศเพื่อนบ้านและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอย่างมีนัยสำคัญ เจตจำนงหลักของการวิจัย NEC อยู่ที่การพัฒนาและนำเสนอกรอบการพัฒนาเชิงพื้นที่ของภาคเหนือในลักษณะระเบียงเศรษฐกิจที่สามารถทำงานได้จริง การบูรณาการมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรชีวภาพ… ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (Northern Economic Corridor: NEC) บทบาทที่สำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเชียงรายสู่ตลาดสากล

ยุทธศาสตร์ : ความหมาย ความสำคัญ ในฐานะ กระบวนการชี้นำความสำเร็จของผู้นำในสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา

บทนำ ความสำเร็จของผู้นำในบริบทการเมืองและความมั่นคงมิได้ขึ้นอยู่กับทรัพยากร อำนาจ หรือศักยภาพทางทหารเพียงลำพัง หากแต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการกำหนดทิศทางและชี้นำการตัดสินใจภายใต้เงื่อนไขแห่งความไม่แน่นอน ความขัดแย้ง และข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง แนวคิดเรื่อง “ยุทธศาสตร์” จึงมีสถานะเป็นแกนกลางของภาวะผู้นำ เนื่องจากทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างการรับรู้บริบท การตัดสินใจ และผลลัพธ์เชิงอำนาจ อย่างไรก็ตาม วรรณกรรมด้านยุทธศาสตร์จำนวนมากยังคงจำกัดความหมายของยุทธศาสตร์ไว้ในฐานะแผนหรือเครื่องมือเชิงนโยบาย มากกว่าการมองยุทธศาสตร์เป็นกระบวนการที่ผู้นำใช้ในการชี้นำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง รากฐานเชิงคลาสสิกของแนวคิดยุทธศาสตร์มักเชื่อมโยงกับมิติการทหารและการเมืองระดับรัฐ โดย Clausewitz มองยุทธศาสตร์เป็นศิลปะในการใช้กำลังเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมือง (Clausewitz, 1976) ขณะที่ Liddell Hart เสนอว่ายุทธศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพคือการเลือกแนวทางที่ลดต้นทุนและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรง (Hart, 1967) แม้แนวคิดเหล่านี้จะช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจกับเป้าหมายทางการเมือง แต่ยังให้ความสำคัญกับชัยชนะหรือผลลัพธ์สุดท้าย มากกว่ากระบวนการตัดสินใจที่ผู้นำต้องเผชิญอย่างต่อเนื่องในความขัดแย้งที่ไม่อาจยุติได้อย่างเด็ดขาด พัฒนาการทางทฤษฎีร่วมสมัยได้ท้าทายกรอบคิดดังกล่าว โดยเฉพาะงานของ Mintzberg ซึ่งเสนอว่ายุทธศาสตร์มิได้เกิดจากการวางแผนล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว… ยุทธศาสตร์ : ความหมาย ความสำคัญ ในฐานะ กระบวนการชี้นำความสำเร็จของผู้นำในสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา

ผลประโยชน์แห่งชาติ ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และความท้าทายข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: บทวิเคราะห์กรณี ไทย–กัมพูชา–เมียนมาร์

อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้รับการยอมรับว่าเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้นทั้งในมิติภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง พื้นที่ดังกล่าวมิได้เป็นเพียงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและเส้นทางคมนาคมที่หล่อเลี้ยงการพัฒนาเท่านั้น หากยังเป็นเวทีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรัฐที่มีระดับการพัฒนาและเสถียรภาพทางการเมืองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (Glassman, 2010; Hirsch, 2016) บริบทเช่นนี้ทำให้นโยบายของรัฐหนึ่งไม่สามารถจำกัดผลกระทบอยู่ภายในพรมแดนของตนเองได้ แต่กลับส่งผลต่อประเทศเพื่อนบ้านในลักษณะข้ามพรมแดนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเทศไทยดำรงบทบาทสำคัญในฐานะรัฐแกนกลางของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ทั้งในเชิงภูมิศาสตร์ เศรษฐกิจ และการเมืองระหว่างประเทศ การกำหนดนโยบายต่างประเทศและยุทธศาสตร์ความมั่นคงของไทยต่อประเทศเพื่อนบ้านจึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการรักษาและส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติในระยะยาว แนวคิดผลประโยชน์แห่งชาติในบริบทดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่เพียงการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน หากยังครอบคลุมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของสังคม ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเสถียรภาพของพื้นที่ชายแดน (Morgenthau, 1951; Nuechterlein, 2006) ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคหลังสงครามเย็น โดยเฉพาะในบริบทที่การสร้างพันธมิตรทางทหารอย่างเป็นทางการอาจไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางการเมืองและความมั่นคงที่ซับซ้อน ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เปิดโอกาสให้รัฐสามารถร่วมมือกันอย่างยืดหยุ่นในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง การพัฒนา และการจัดการปัญหาข้ามพรมแดน โดยไม่จำเป็นต้องผูกพันในลักษณะพันธมิตรแบบดั้งเดิม… ผลประโยชน์แห่งชาติ ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ และความท้าทายข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง: บทวิเคราะห์กรณี ไทย–กัมพูชา–เมียนมาร์

“ยุทธศาสตร์แบบเฮดจิ้ง(Hedging Strategy): ความยืดหยุ่นหรือความคลุมเครือ? บทวิพากษ์การจัดการความขัดแย้งไทย–กัมพูชา”

บทนำ ความขัดแย้งระหว่างรัฐยังคงเป็นปรากฏการณ์สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในบริบทของรัฐเพื่อนบ้านที่มีประวัติศาสตร์ ความทรงจำทางการเมือง และข้อพิพาทด้านอธิปไตยที่ทับซ้อนกัน ความขัดแย้งไทย–กัมพูชาเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะดังกล่าวอย่างชัดเจน แม้ทั้งสองประเทศจะเป็นสมาชิกของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และยึดมั่นในหลักการไม่ใช้กำลังและการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี แต่ความตึงเครียดจากประเด็นชายแดน ดินแดน และสัญลักษณ์แห่งอธิปไตยยังคงปรากฏขึ้นเป็นระยะ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ทวิภาคีอยู่ในภาวะเปราะบางและไม่แน่นอน ในบริบทดังกล่าว การจัดการความขัดแย้งของรัฐมิได้จำกัดอยู่เพียงการเผชิญหน้าหรือการประนีประนอมโดยตรง หากแต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมที่ซับซ้อน ทั้งแรงกดดันจากการเมืองภายใน บทบาทของอาเซียน กลไกระหว่างประเทศ ตลอดจนพลวัตของการแข่งขันอำนาจในระดับภูมิภาคและระดับโลก ความขัดแย้งไทย–กัมพูชาจึงมิใช่เพียงข้อพิพาททวิภาคี หากแต่เป็นพื้นที่ที่รัฐต้องบริหารความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้เงื่อนไขของความไม่แน่นอนหลายมิติ ภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้ แนวคิด ยุทธศาสตร์แบบเฮดจิ้ง (Hedging Strategy) ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะกรอบอธิบายพฤติกรรมของรัฐที่พยายามหลีกเลี่ยงการเลือกข้างอย่างชัดเจน และมุ่งรักษาความยืดหยุ่นทางนโยบายเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม วรรณกรรมส่วนใหญ่เกี่ยวกับเฮดจิ้งมักมุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างรัฐขนาดกลางกับมหาอำนาจ มากกว่าการนำแนวคิดดังกล่าวมาวิเคราะห์การจัดการความขัดแย้งระหว่างรัฐเพื่อนบ้านที่มีประวัติความตึงเครียดยืดเยื้อ ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อยุทธศาสตร์แบบเฮดจิ้งถูกนำมาใช้ในบริบทของความขัดแย้งไทย–กัมพูชา คำถามสำคัญมิได้อยู่ที่ว่ารัฐสามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าได้หรือไม่… “ยุทธศาสตร์แบบเฮดจิ้ง(Hedging Strategy): ความยืดหยุ่นหรือความคลุมเครือ? บทวิพากษ์การจัดการความขัดแย้งไทย–กัมพูชา”

ประเภทของกลยุทธ์ในองค์กร ปฐมบทที่ 4 (ว่าด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์กับกลยุทธ์)

ประเภทของกลยุทธ์ในองค์กรมีความสำคัญในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการกำหนดทิศทางการดำเนินงานขององค์กรและการสร้างความสำเร็จในระยะยาว โดยสามารถแบ่งประเภทกลยุทธ์ออกเป็น 3 ประเภทหลักๆคือ 1.กลยุทธ์ระดับองค์กร(Corporate Strategy) คือการวางแผนและการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดทิศทางและโครงสร้างขององค์กรในระยะยาว โดยมุ่งเน้นในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและการเจริญเติบโตขององค์กร กลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในระดับสูงสุดขององค์กร ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางของธุรกิจทั้งในแง่ของการลงทุน การขยายตลาด การเข้าซื้อกิจการ หรือแม้แต่การถอนตัวจากธุรกิจที่ไม่ทำกำไร โดยประเภทของกลยุทธ์มีดังต่อไปนี้(Porter,1980);( Hitt, Ireland, & Hoskisson,2017)              1.1.กลยุทธ์การเติบโต (Growth Strategy): เป็นกลยุทธ์ที่องค์กรใช้เพื่อเพิ่มขนาดหรือการเติบโตของธุรกิจ โดยการขยายตลาดผลิตภัณฑ์หรือบริการ หรือการเข้าซื้อกิจการจากภายนอก ตัวอย่างเช่น การเปิดตลาดใหม่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือการขยายธุรกิจในต่างประเทศ หรือในส่วนของหน่วยงานรัฐ เช่น กรมการขนส่งโดยการเพิ่มเส้นทางรถโดยสารสาธารณะในพื้นที่ที่ขาดแคลนการขนส่งสาธารณะ… ประเภทของกลยุทธ์ในองค์กร ปฐมบทที่ 4 (ว่าด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์กับกลยุทธ์)

ภูมิรัฐศาสตร์และอิทธิพลต่อสังคมและการพัฒนา

วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 19.00 น. ผู้เขียนได้รับเกียรติจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ให้เข้าร่วมในฐานะผู้บรรยายพิเศษ ภายใต้หัวข้อหลัก “สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาสังคมเชิงภูมิภาคและเชิงพื้นที่” สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชา “สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาสังคม” สำหรับการบรรยายครั้งนี้ ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้นำเสนอในหัวข้อย่อย “ภูมิรัฐศาสตร์และอิทธิพลต่อสังคมและการพัฒนา” ซึ่งนับเป็นประเด็นที่มีความสำคัญยิ่งต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น อันจะเชื่อมโยงความรู้ด้านภูมิศาสตร์เข้ากับศาสตร์อื่น ๆ เพื่อสร้างฐานข้อมูลและเครื่องมือในการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางแผน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้สาระสำคัญของการบรรยายถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนหรือเฉพาะกลุ่มผู้เข้าร่วม ผู้เขียนเห็นสมควรที่จะถ่ายทอดรายละเอียดของบทบรรยายดังกล่าวล่วงหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจในสาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค ได้ร่วมเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และใช้เป็นพื้นฐานในการแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการร่วมกันต่อไป โดย เนื้อหาของการบรรยายจะมุ่งเน้นไปที่ 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ภูมิรัฐศาสตร์ในฐานะ “ศาสตร์แห่งอำนาจและพื้นที่” 2. รากฐานทางทฤษฎี 3.อิทธิพลของภูมิรัฐศาสตร์ต่อสังคมและการพัฒนา 4. ฉากทัศน์ของภูมิรัฐศาสตร์ต่อสังคมและการพัฒนา ผลลัพธ์ของการบรรยายชี้ให้เห็นว่า  ทฤษฎีดั้งเดิมของ Mackinder, Mahan… ภูมิรัฐศาสตร์และอิทธิพลต่อสังคมและการพัฒนา

แนวคิดและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์เพื่อยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสังคม

วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 19.00 น. ผู้เขียนได้รับเกียรติจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ให้เข้าร่วมในฐานะผู้บรรยายพิเศษ ภายใต้หัวข้อหลัก “สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาสังคมเชิงภูมิภาคและเชิงพื้นที่” สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะนักศึกษาปริญญาเอก สาขาวิชา “สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาสังคม” สำหรับการบรรยายครั้งนี้ ผู้เขียนได้รับมอบหมายให้นำเสนอในหัวข้อย่อย “แนวคิดและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์เพื่อยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสังคม” ซึ่งนับเป็นประเด็นที่มีความสำคัญยิ่งต่อการกำหนดยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น อันจะเชื่อมโยงความรู้ด้านภูมิศาสตร์เข้ากับศาสตร์อื่น ๆ เพื่อสร้างฐานข้อมูลและเครื่องมือในการตัดสินใจเชิงนโยบายและการวางแผน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้สาระสำคัญของการบรรยายถูกจำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนหรือเฉพาะกลุ่มผู้เข้าร่วม ผู้เขียนเห็นสมควรที่จะถ่ายทอดรายละเอียดของบทบรรยายดังกล่าวล่วงหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจในสาขายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค ได้ร่วมเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และใช้เป็นพื้นฐานในการแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการร่วมกันต่อไป โดย เนื้อหาของการบรรยายจะมุ่งเน้นไปที่ 3 ประเด็นสำคัญ… แนวคิดและเครื่องมือทางภูมิศาสตร์เพื่อยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสังคม

การวิจัยกับการสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนา

นับตั้งเเต่การเปิดทำการเรียนการสอนในหลักสูตรยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค ผู้เขียนในฐานะผู้สอนมีข้อสังเกตุหลักในการเขียนงานวิจัยในระดับวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการสรา้งยุทธศาสตร์จากผลการวิจัยในวัตถุประสงค์เเรกพอสมควร ในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงและเเนวทางในการสร้างยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องและนำไปใช้ในการจัดทำวิทยานิพนธ์ต่อไปของนักศึกษาในอนาคต ความสำคัญของการวิจัย การวิจัยมีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาและปรับปรุงสังคมและวิทยาการต่างๆ มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ใหม่ๆ และขยายขอบเขตความเข้าใจในหลากหลายสาขา โดยเฉพาะในการค้นหาคำตอบสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น ปัญหาด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม หรือเศรษฐกิจ การวิจัยยังเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในภาครัฐและภาคเอกชน โดยใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ในการวางแผนและกำหนดนโยบาย นอกจากนี้การวิจัยยังเป็นตัวกระตุ้นนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของมนุษย์ การค้นพบในด้านต่างๆ สามารถสร้างประโยชน์ทั้งในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติจริง เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยรวมแล้ว การวิจัยถือเป็นรากฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและความก้าวหน้าของสังคมและวิทยาการต่างๆ ในขณะเดียวกัน การวิจัยที่ดีนั้ันจะต้องอยู่ภายใต้เป้าหมายที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร พื้นที่ และองคาพยพต่างๆที่เกี่ยวข้องกับผู้ศึกษา โดยจะต้องอยู่ภายใต้ขั้นตอนการวิจัยเพื่อสรา้งยุทธศาสตร์ดังต่อไปนี้ ขั้นตอนในการวิจัยเพื่อสรา้งยุทธศาสตร์ ขั้นตอนการวิจัยเพื่อสร้างยุทธศาสตร์ประกอบด้วยหลายขั้นตอนที่ช่วยให้การพัฒนายุทธศาสตร์มีความชัดเจนและมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ โดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ 1.… การวิจัยกับการสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนา

พัฒนาการทางความคิดด้านกลยุทธ์ปฐมบทที่ 3 ว่าด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และกลยุทธ์)

นับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นต้นมา โลกทางธุรกิจและด้านอื่นๆได้มีการปรับตัวเพื่อให้ตนเองมีความยั่งยืนอยู่ได้ตลอดเวลา การพัฒนาความคิดเชิงกลยุทธ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปฏิบัติ ตลอดจนผู้บริหารองค์กรไม่ควรมองข้ามและต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม พัฒนาทางความคิดด้านกลยุทธ์นั้น จะต้องอาศัยประสบการณ์และกระบวนการในการพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ภายใต้หลักการเรียนรู้ทางประสบการณ์ของผู้คนในยุคนั้นๆ สำหรับในหัวข้อนี้ ผู้เรียบเรียงขอนำเสนอรายละเอียดเพื่อให้เห็นที่มาที่ไปของพัฒนาการทางความคิดด้านกลยุทธ์ โดยสามารถแบ่งออกเป็นช่วงสำคัญ ๆ ดังนี้           1.ยุคเริ่มต้น (500 ปีก่อนคริสตกาล):มีการพัฒนาและปรับใช้ดังประเด็นต่อไปนี้                    1.1 กลยุทธ์ทางทหารและการป้องกัน มีการให้ความสำคัญกับการวางแผนการสงคราม โดยมักมุ่งเน้นไปที่การป้องกันและการโจมตี การวางแผนการรบและการเคลื่อนไหวทางทหารจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับยุคนี้ 2 คนคือ                    – ซุนวู (Sun Tzu) ในหนังสือ The Art of… พัฒนาการทางความคิดด้านกลยุทธ์ปฐมบทที่ 3 ว่าด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และกลยุทธ์)

ความสำคัญของการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์(ปฐมบทที่ 2 ว่าด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และกลยุทธ์)

การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ หากพิจารณาจากความสำคัญของการนำไปใช้ในองค์กร อาจจะพบว่า มีความสำคัญมาก ในแง่ของการผลักดันให้องค์กรมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ พบว่า องค์กรมักให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานประจำอยู่ตลอดเวลาจนละเลยความสำคัญของการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ เพราะฉะนั้น นักยุทธศาสตร์ ควรพิจารณาถึงความสำคัญตลอดจนความหมายดังนี้           Thomas L. Wheelen & J. David Hunger (2012) ได้กล่าวถึง การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ ว่า หมายถึง กระบวนการวิเคราะห์ ตัดสินใจ และดำเนินการที่องค์กรใช้ในการกำหนดพันธกิจ วิสัยทัศน์ เป้าหมาย กลยุทธ์ และแนวทางการดำเนินงาน เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน และสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ           ในส่วนของ… ความสำคัญของการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์(ปฐมบทที่ 2 ว่าด้วยความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และกลยุทธ์)